ตัวอย่างชุดสอน เปิดให้ดูฟรี ชุดสอนอีก 84 เรื่องอยู่ในเว็บครู ติดต่อ LINE @doxzillaเข้าสู่ระบบสำหรับครู

หน้าแรก › ม.4–6 › Biomimicry

ชุดสอน · ม.4–6 (15–18 ปี) · ความยาวสารคดี 48:22 นาที

Biomimicry – Bio Geometry

แบบใหม่ เตรียม 5 นาทีไม่ให้คะแนน

ภาพปกสารคดีเรื่อง Biomimicry – Bio Geometry

เปิดสารคดี

คำถามหลักของคาบนี้

ธรรมชาติเลือกรูปทรงแต่ละแบบเพราะอะไร และเราจะยืมเหตุผลนี้ไปออกแบบของใช้อะไรได้

ครูเตรียม 5 นาที

  • เปิดสารคดีรอไว้ที่นาที 5:55
  • เขียนคำถามหลักบนกระดาน
  • แจกกระดาษเปล่ากลุ่มละ 1 แผ่น กับปากกาหรือสีที่มีในห้อง

ก่อนเข้าห้อง 2 นาที

  • ต่อจอหรือโปรเจกเตอร์ แล้วดูว่าภาพขึ้นเต็มจอ
  • เปิดเสียงให้ดังพอถึงท้ายห้อง ลองกดเล่นให้ได้ยินจริง
  • ต่ออินเทอร์เน็ตให้เรียบร้อย สารคดีเปิดจากเว็บ ถ้าสัญญาณช้า เปิดรอไว้ก่อนเด็กเข้าห้อง
  • เปิดสารคดีเรื่อง Biomimicry – Bio Geometry แล้วเลื่อนไปที่นาที 5:55 (ดูถึง 17:00) ลองดูว่าภาพกับเสียงมาถูกตำแหน่ง

เปิดสารคดีเรื่องนี้ได้จากปุ่ม เปิดสารคดี ด้านบนของหน้านี้ ถ้าติดขัดทักมาทาง LINE @doxzilla ได้

ลำดับในคาบ 1 คาบ รวม 50 นาที

รวม 50 นาที · ความกว้างแต่ละช่วงเป็นสัดส่วนของเวลาจริง

ดูเป็นรายการ
  1. 03 นาทีเปิดคาบ อ่านคำถามหลักบนกระดานออกเสียง 1 รอบ บอกว่าตอบได้หลายแบบ (วาด พูด ทำท่า) และข้ามได้โดยไม่ต้องบอกเหตุผล
  2. 311 นาทีดูดูสารคดี 5:55 ถึง 17:00 หยุดที่ 8:48 และ 12:40
  3. 145 นาทีคุยจับคู่คุย
  4. 1914 นาทีกิจกรรมทำกิจกรรม กรอบ 3 ช่อง ทรงนี้เพื่ออะไร
  5. 339 นาทีนำเสนอแต่ละกลุ่มออกมาเล่าประมาณ 1 นาที
  6. 425 นาทีสรุปทบทวน ทุกคนพูดหรือเขียนหนึ่งประโยคว่าได้อะไร ใครไม่อยากพูดชูนิ้วโป้งแทนหรือข้ามได้
  7. 473 นาทีแจกกรอบถึงคนที่บ้าน

แผนคาบสั้น คาบ 40 นาที: เปิดคาบ 2 นาที, ดูแค่ช่วงเดียว 5:55 ถึง 17:00 หยุดที่ 8:48 และ 12:40 (11 นาที), คุยกับเพื่อน 3 นาที, ทำกิจกรรมเต็ม 14 นาที, นำเสนอ 6 นาที ให้เล่าเท่าที่เวลาพอ ที่เหลือแลกดูงานกับเพื่อนข้าง ๆ, สรุป 3 นาที, แจกกรอบถึงคนที่บ้านเฉย ๆ 1 นาที ไม่ต้องอธิบาย

ในคาบ

ชื่อขั้นตรงกับคู่มือครู ส่วนกิจกรรมคือของเสริมในคาบเต็ม ไม่ใช่ขั้นที่หก

ดู สารคดีช่วง 5:55–17:00 11 นาที

ดูว่าทรงกลมและทรงรีในธรรมชาติ เช่น มูลสัตว์ที่ด้วงปั้น เมล็ดพืช ไข่สัตว์ ช่วยสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดอย่างไร แล้วเลือกไว้ในใจ 1 กรณีที่สนใจ หยุดดูที่นาที 8:48 และ 12:40 ทุกครั้งที่หยุด ให้คุยกับเพื่อนคู่หรือวาดสิ่งที่เห็น 1 อย่าง แล้วค่อยดูต่อ

  • ทรงกลมในธรรมชาติ
  • ด้วงมูลสัตว์
  • เมล็ดพืช
  • ทรงรีในธรรมชาติ
  • ไข่ของสัตว์

คุย 5 นาที

จับคู่คุยกัน กรณีที่เลือกคืออะไร และรูปทรงนั้นช่วยอะไร ไม่ต้องจด

กิจกรรม กรอบ 3 ช่อง ทรงนี้เพื่ออะไร 14 นาที

กระดาษแบ่งเป็น 3 ช่อง
  1. กลุ่ม 3 ถึง 5 คน เลือกกรณีจากสารคดี 1 กรณี แล้วแบ่งกระดาษเป็น 3 ช่อง
  2. ช่อง 1: รูปทรงอะไร ในสิ่งมีชีวิตอะไร
  3. ช่อง 2: ธรรมชาติใช้ทรงนี้เพราะอะไร และถ้าเปลี่ยนเป็นทรงอื่น จะเกิดอะไรขึ้น
  4. ช่อง 3: ภาพร่างของใช้ 1 ชิ้นที่เราอยากออกแบบโดยยืมเหตุผลเดียวกัน
  5. แต่ละกลุ่มออกมาเล่าประมาณ 1 นาที

ผลงาน กระดาษ 1 แผ่นต่อกลุ่ม ไม่ต้องเก็บ ไม่ให้คะแนน

ตอบแบบไหนก็ได้ ตอบด้วยภาพวาด คำสั้น ๆ หรือพูดแทนเขียนก็ได้ ไม่มีงานเขียนยาว

นำเสนอ 9 นาที

แต่ละกลุ่มออกมาเล่าประมาณ 1 นาที

สรุป 5 นาที

ทุกคนพูดหรือเขียนหนึ่งประโยค ว่าดูเรื่องนี้แล้วได้อะไร เช่น วันนี้ฉันเพิ่งเห็นว่า... หรือ วันนี้ฉันเปลี่ยนความคิดเรื่อง... ใครไม่อยากพูด ชูนิ้วโป้งแทน หรือข้ามได้เลย ไม่มีคำตอบถูกหรือผิด

กรอบถึงคนที่บ้าน

พิมพ์แยกแจกนักเรียนได้ ไม่ต้องเขียนส่ง ไม่มีคะแนน

ถึงคนที่บ้าน · Doxzilla Learning

Biomimicry – Bio Geometry

วันนี้ที่ห้องเรียนเราดูสารคดีเรื่องรูปทรงเรขาคณิตในธรรมชาติ และคุยกันว่าเราเอาเหตุผลของธรรมชาติไปออกแบบของใช้ได้อย่างไร

ของใช้ในบ้านที่รูปทรงถูกเลือกมาเพราะเหตุผลบางอย่าง เช่น หม้อ ชาม ขวด คืออะไร และคุณคิดว่าเพราะอะไร

คุยกันสั้น ๆ ได้เลย ไม่ต้องเขียนส่ง ไม่มีคำตอบถูกหรือผิด ใช้ภาษาที่บ้านใช้ก็ได้ ใครดูแลเด็กอยู่ก็คุยได้ คุยทางโทรศัพท์ก็ได้ ถ้าวันนี้ไม่สะดวก ข้ามไปได้เลย ครูจะไม่ถามที่ห้องเรียนว่าคุยแล้วหรือยัง

ถ้าต้องการ

ส่วนเสริมสำหรับครูที่อยากอ่านเพิ่ม มีข้อควรระวังเรื่องเนื้อหาและทางเลือกให้เด็กร่วมกิจกรรมได้หลายแบบ ไม่เปิดดูก็สอนได้

เรื่องย่อ

ในธรรมชาตินั้นมีหลากหลายสิ่งที่มีรูปทรงเรขาคณิตซ่อนอยู่ ทั้งลักษะของเปลือกหอย รูปร่างของ

เมล็ดพืช หรือแม้กระทั่งการถักใยของแมงมุม บางอย่างก็ดูเหมือนจะมีกฎและรูปแบบที่ตายตัว แต่ใน

บางอย่างก็อาจจะไม่มี ความบังเอิญทั้งหลายนี้ทำให้เรารู้ว่ายังมีอะไรอีกมากในธรรมชาติให้เราเรียนรู้

ขนนกนั้นมีการออกแบบทางเรขาคณิตที่ซับซ้อนและแตกต่างไปตามหน้าที่ของแต่ละอัน ซึ่งความ

หลากหลายทางโครงสร้างและเส้นโค้งบนขนนกนี้ก็เป็นแรงบันดาลใจให้กับคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ของ

มนุษย์เรา เช่นรูปทรงเรขาคณิตของขนนกที่มีเทคโนโลยีธรรมชาติซ่อนอยู่อย่างการเรียงตัวกันของเส้นใยขน

ที่เป็นเส้นโค้งรูปไข่ซึ่งทำหน้าที่ลดแรงเสียดทานอากาศ ก็สามารถนำมาใช้ปรับปรุงพลศาสตร์อวกาศของ

มนุษย์เราได้

กฎในการออกแรงที่น้อยที่สุดไม่ได้พบเพียงแค่ในวิทยาศาสตร์เท่านั้น แต่ในธรรมชาติด้วย

ซึ่งกฎนี้ส่วนใหญ่จะออกมาในรูปของทรงกลม การออกแบบทางธรรมชาตินี้ปรากฏให้เห็นในกรณีของด้วงมูล

สัตว์ พวกมันมีการใช้กฎการออกแรงน้อยที่สุดโดยการปั้นมูลสัตว์ให้เป็นทรงกลม ทำให้พวกมันเคลื่อนย้าย

มูลสัตว์ได้อย่างง่ายดายและประสบความสำเร็จ ซึ่งการออกแบบเช่นนี้ก็มีให้พบเห็นในเมล็ดของพืชด้วย

เช่นกัน ในช่วงที่มีการขยายพันธุ์ เพื่อหลีกเลี่ยงการแย่งดินหรือแสงแดดของเมล็ดพืชที่ออกใหม่ พวกมันจะ

พัฒนาให้เมล็ดมีทรงกลมเพื่อให้เวลาที่มันหล่นลงดินมันจะได้กลิ้งออกไปได้ไกลจากบริเวณเดิม

ในขณะเดียวกันทางด้านการขยายพันธุ์ของสัตว์ ธรรมชาติก็ได้มีการออกแบบให้ไข่ของสัตว์มี

ลักษณะทรงกลมและทรงรี แตกต่างกันตามจุดประสงค์ของแต่ละสายพันธุ์ เช่น ไข่นกจะไม่เป็นทรงกลม

สมบูรณ์แบบเพราะเสี่ยงต่อการกลิ้งร่วงหล่นจากรังได้ ไข่ของงูจะเป็นทรงรีเพื่อให้ง่ายต่อการเปิดช่องอวัยวะ

ของตัวเมียที่ออกไข่ แต่ไข่เต่านั้นจะมีทรงกลมเพื่อความแข็งแรงเพราะมีการฝังอยู่ในดิน แต่ไม่เสี่ยงต่อการ

กลิ้งหรือสูญหาญ

สัดส่วนทองคำหรือที่รู้จักในกันชื่อ ฟี ซึ่งถูกตั้งตามผู้ค้นพบ ลีโอนาโด ฟีโบนัชชี เป็นศิลปะแห่งความ

งามของทุกอย่าง เป็นรูปทรงที่ซ่อนอยู่รอบ ๆ ตัวเราแม้แต่ในธรรมชาติ โดยในทางเรขาคณิต ฟีนั้นมา

จากภาพวาดที่เรียบง่ายของการสร้างสี่เหลี่ยมจัตุรัสสองรูปและสร้างรูปสี่เหลี่ยมอีกรูปติดกันที่มีความยาว

เป็นสองเท่าของรูปแรก ซึ่งจะเกิดเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มีสัดส่วนทองคำ ซึ่งเมื่อทำไปเรื่อย ๆ ก็จะได้

โครงสร้างเกลียวทางเรขาคณิต ซึ่งเป็นเส้นโค้งที่พบมากที่สุดในธรรมชาติ ทั้งในเกลียวเมล็ดของดอก

ทานตะวัน หรือเปลือกหอย เป็นต้น

นอกจากนี้กลีบของดอกไม้ก็มีจำนวนเป็นสัดส่วนทองคำเช่นเดียวกัน จำนวนกลีบของดอกไม้นั้นจะมี

จำนวนเป็น 3 5 8 13 21 33 54 กลีบซึ่งเป็นลำดับเลขที่เกิดขึ้นจากผลรวมของสองตัวเลขในลำดับก่อน

หน้า จำนวนกลีบจะเรียงเป็นจำนวนดังนี้เพื่อป้องกันการซ้อนทับกันของกลีบแต่ละกลีบ เพื่อที่จะให้ทุกใบ

และกิ่งก้านนั้นรับแสงได้มากที่สุด รูปทรงเกลียวในธรรมชาตินั้นนอกจากจะพบเห็นได้ในใบไม้และกลีบ

ดอกไม้แล้ว บนเขาสัตว์ก็มีเช่นกัน เช่น เขาแพะ เขากวาง ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสัดส่วนทองคำ

เส้นตรงในธรรมชาติที่พบเห็นได้ง่ายก็คือใยแมงมุม ซึ่งเป็นเพียงการเคลื่อนเป็นเกลียวของแมงมุมที่

พยายามหาทางที่สั้นที่สุดนั่นก็คือเส้นตรง ทำให้เกิดเป็นตารางสี่เหลี่ยมคางหมูที่มีความสมมาตรและมีเส้น

คู่ขนาน และกลายเป็นรูปหกเหลี่ยมที่มีประสิทธิภาพในท้ายที่สุด และเป็นรูปแบบของตาข่ายดักสัตว์ของ

มนุษย์ รังผึ้งในธรรมชาติก็มีลักษณะเป็นหกเหลี่ยมเช่นเดียวกัน เป็นโครงสร้างที่เรียบง่ายแต่เป็นปริมาตรที่

สมบูรณ์แบบและเหมาะสมที่สุดสำหรับการทำรังเลี้ยงตัวอ่อน เพราะเป็นการออกแบบที่ปิดล้อมพื้นที่มาก

ที่สุดโดยมีเส้นรอบวงน้อยที่สุด

รูปทรงเรขาคณิตในป่านั้นมักจะซ่อนอยู่ตามส่วนเล็ก ๆ ซึ่งยากที่จะตรวจสอบความไม่สมบูรณ์ แต่ก็

มีกฎของความสมมาตรที่เข้ามาช่วยในเรื่องนี้ ทุกอย่างในธรรมชาตินั้นจะเคลื่อนที่ไปในทิศทางที่เจาะจง

และสอดคล้องกันระหว่างสองด้าน เป็นกฎพื้นฐานที่เขียนอยู่ในยีนของสิ่งมีชีวิตเรา เช่น จำนวนเกล็ด ขนนก

หรือขนของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมก็จะมีการกระจายตัวในสัดส่วนที่สมดุลกัน เช่นเดียวกันกับจำนวนของใบไม้

บนกิ่งไม้ที่คอยรับแสงแดด ความสมดุลและความสมมาตรเหล่านี้นั้นเป็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้เรขาคณิตที่ไม่

สมบูรณ์แบบของธรรมชาติ

จุดสำคัญพร้อมเวลา

เวลาในสารคดี ใช้กดข้ามไปช่วงที่ต้องการในแอป Doxzilla

เวลาเรื่อง
0:05–2:38บทนำ
2:38–2:43เส้นโค้งในธรรมชาติ
2:43–5:55ขนนก
5:55–6:05ทรงกลมในธรรมชาติ
6:05–8:48ด้วงมูลสัตว์
8:48–12:00เมล็ดพืช
12:00–12:40ทรงรีในธรรมชาติ
12:40–17:00ไข่ของสัตว์
17:00–19:09สัดส่วนทองคำ
19:09–24:30กลีบดอกไม้
24:30–29:00ทรงเกลียวในธรรมชาติ
29:00–33:55แมลงช้าง
33:55–34:05เส้นตรงในธรรมชาติ
34:05–36:15ใยแมงมุม
36:15–37:30รังผึ้ง
37:30–47:30ความสมมาตร
47:30–48:22บทสรุป
ทางเลือกสำหรับเด็กที่เรียนรู้ต่างกัน
  • ใช้กับทั้งห้อง ทางเลือกเหล่านี้เปิดให้ทุกคนเลือกได้ ครูไม่ต้องถามเหตุผล ไม่ต้องประกาศว่าใครเลือกข้อไหน
  • ตอบได้หลายแบบ วาด พูด ทำท่า ชี้ภาพ หรือเรียงของ นับเป็นคำตอบเท่ากับการเขียน ถ้าอยากมีตัวหนังสือ ครูหรือเพื่อนคู่จดคำพูดสั้น ๆ ให้ได้ ครูอ่านคำถามบนกระดานออกเสียงหนึ่งรอบ ช่องในกรอบใช้คำ 1 ถึง 3 คำหรือภาพก็พอ
  • ดูทีละช่วงสั้น ดูสารคดีเป็นช่วงละ 3 ถึง 4 นาที หยุดแต่ละช่วงให้คุยหรือวาดข้อเดียว ถ้าช่วงดูไม่เกิน 6 นาที หยุดกลางทางหนึ่งครั้งก็พอ ใครอยากถือกระดาษหรือของเล็ก ๆ ไว้ในมือ ยืนดูท้ายห้อง หรืออาสาแจกกระดาษตอนหยุดพัก ทำได้ทุกคน ไม่ต้องบอกเหตุผล
  • ฟังหรือมองไม่ชัด จัดที่นั่งใกล้จอและลำโพง และให้เห็นหน้าครูชัด เขียนลำดับของคาบบนกระดานด้วยตัวใหญ่ ก่อนดูครูบอก 1 ถึง 2 ประโยคว่าช่วงนี้จะเห็นอะไร ระหว่างดูให้เพื่อนคู่ชี้หรือกระซิบบอกสิ่งที่เห็น ใช้ปากกาเส้นหนากับกระดาษใหญ่ และให้เรียนด้วยการคลำหรือปั้นได้ คำบรรยายบนจอเปิดเฉพาะเมื่อไฟล์มี ครูไม่ต้องพึ่งข้อนี้
  • ภาษาที่บ้าน คุยกับเพื่อนด้วยภาษาที่ถนัดได้เต็มที่ ทั้งตอนคุยคู่และในกลุ่ม ถือเป็นคำตอบเต็ม ไม่ต้องแปลเป็นไทยกลางทุกประโยค ตอนเล่าให้ทั้งห้อง เล่าด้วยภาษาที่ถนัดแล้วให้เพื่อนที่เข้าใจช่วยบอกใจความเป็นไทย หรือเล่าผ่านภาพก็ได้ ครูอาจชวนทั้งห้องบอกคำเดียวกันในภาษาที่บ้านของตัวเอง เช่น ชื่อสัตว์ในเรื่อง ภาษาถิ่น ภาษาชนเผ่า และภาษาอื่นที่บ้านใช้ เป็นความรู้ที่ห้องนี้ใช้ได้ กรอบถึงคนที่บ้านคุยด้วยภาษาที่บ้านใช้ได้ ถ้าที่บ้านอ่านไม่สะดวก ให้เด็กเล่าให้ฟังแทนก็พอ
  • ชอบรู้ล่วงหน้า หรือไวต่อเสียง เขียนลำดับ 5 ขั้นของคาบบนกระดานตั้งแต่เริ่ม (ดู คุย ทำ เล่า สรุป) แล้วขีดทับขั้นที่เสร็จ บอกก่อน 1 นาทีเมื่อจะเปลี่ยนขั้น ในงานกลุ่มเลือกทำส่วนของตัวเองข้าง ๆ กลุ่มได้ หรือรับบทที่ไม่ต้องพูด เช่น คนวาด คนจับเวลา มีมุมเงียบในห้องให้ไปนั่งพักได้ ไม่บังคับให้สบตา
  • ไม่อยากพูดหน้าห้อง หรือไม่สะดวกกับบางภาพ รอบประโยคสุดท้าย ขอผ่านได้ หรือชี้ภาพของตัวเองแทนการพูด ตอนเล่าให้ทั้งห้อง ให้เพื่อนเล่าแทน หรือเล่าให้ครูฟังตอนพัก ถ้ามีช่วงดูที่ไม่สะดวกดู เช่น สัตว์บางชนิด หรือเรื่องความเชื่อ หันไปวาดหรือพักสายตาเงียบ ๆ ได้ ไม่ต้องอธิบาย ถ้ามีเวลาน้อย ให้เดินดูภาพของกลุ่มอื่นแทนการออกมาเล่าทีละกลุ่ม